Friday, January 27, 2017

เส้นทางสู่ยอดเขา

ผู้หญิงคนหนึ่งได้ระบายปัญหาของตน กับอาจารย์เซนว่า...หลายปีก่อน สมัยเธอเป็นสาวแรกรุ่น เธอได้แต่งงานกับสามีที่อายุห่างกันประมาณ 10 ปี ในตอนนั้น สามีของเธอดูยิ่งใหญ่มากในสายตาของเธอ เธอชื่นชม และยกย่อง สามีของเธอมาก แต่หลังจากอยู่กินกันมาหลายปี เขาก็เปลี่ยนไป ไม่เหลือความอลังการ น่าเกรงขาม ไม่เหลือซึ่ง ความน่าสนใจ เหมือนครั้งอดีตอีกแล้ว...

เธอถามอาจารย์เซ็นว่า เป็นเพราะเหตุใด? หรือการแต่งงาน คือสุสานของความรัก ใช่หรือเปล่า? เมื่อเธอเล่าจบ อาจารย์เซน จึงบอกกับเธอว่า "เธอจงตามอาตมามา"

อาจารย์เซน พาเธอมายืนอยู่ หน้าภูเขาลูกหนึ่ง แล้วถามว่า "ภูเขาลูกนี้ เป็นอย่างไรบ้าง?"

"สูงใหญ่ ตระหง่าน ตระการตา และสวยงาม เป็นที่สุด" เธอบอก

"ตามอาตมาขึ้นเขาเถอะ!" อาจารย์เซ็นกล่าว

ตลอดทาง ไม่มีเสียงพูดคุยใดๆ มีแต่เดินกับเดิน เธอเริ่มเหนื่อย และอ่อนล้า อีกทั้งทางเดินที่ขรุขระ เธอจึงบ่นอะไรเยอะแยะออกมา เมื่อถึงยอดเขา อาจารย์เซ็นบอกเธอว่า "นี่คือภูเขาที่เธอเห็นเมื่อสักครู่นี้"

"ภูเขาลูกนี้ไม่สวยเลย ทางเดินก็มีแต่หิน ต้นไม้ ก็ไม่สวย ดูๆ แล้ว ภูเขาลูกโน้น สวยกว่าซะอีก!" เธอระบายความรู้สึกออกมา

อาจารย์เซ็นหัวเราะขึ้นมา และก็กล่าวว่า
"ตอนที่เป็นแฟนกัน ก็เหมือนกับ มองภูเขาจากที่ไกล ในสายตา มีแต่ความชื่นชม เลื่อมใส เมื่อแต่งงานแล้ว ก็เหมือนกับการขึ้นเขา สิ่งที่เธอได้เห็น คือความปกติธรรมดาของกันและกัน เมื่อขึ้นมาถึงยอดเขา สายตาของเธอ ก็เห็นแต่ ภูเขาลูกอื่น ไม่เห็นภูเขาลูกเดิม ที่จริงแล้ว ภูเขาไม่ได้เปลี่ยน แต่เป็นเธอต่างหาก ที่เปลี่ยน เพราะใจเธอเปลี่ยน แววตาของเธอ จึงเปลี่ยนไป เมื่อหมดซึ่งความชื่นชม ภูเขาก็ไม่ยิ่งใหญ่อีกต่อไป เธอปรักปรำพร่ำบ่นมากเท่าใด ความเสียหายก็มีมากเท่านั้น เพราะอะไร เธอจึงสามารถ ยืนอยู่บนยอดเขาลูกนี้ และเห็นภูเขาลูกอื่น? ก็เพราะเธอ เหยียบอยู่บนภูเขาลูกนี้ เธอควรสำนึกคุณ ไม่ใช่ปรักปรำ"

มิใช่เพียงความรู้สึก ของหญิงผู้นี้ต่อสามี ความรู้สึกของชายต่อหญิงก็ทำนองเดียวกัน หรืออาจจะ คิดเปรียบได้อีกมากมาย

เด็กที่มองว่าบิดา มารดา ของผู้อื่นแสนดี แต่กลับมิได้สำนึกถึงพระคุณของบุพการีของตนเอง ก็เช่นกัน

อย่ามองข้าม คุณค่า คุณความดี ของผู้ใกล้ชิด กอดกัน รักกันให้มากๆ

วันหนึ่งเมื่อต้องจากกันจะได้มีช่วงเวลาดีๆ ให้นึกถึงกัน

จงรักษาความสัมพันธ์ของเพื่อนที่เราคบมายาวนานด้วย เพราะมิตรภาพคือของขวัญที่สวรรค์มอบให้...

Cr : Forward LINE

Wednesday, January 25, 2017

ที่มาของทุกข์ และสุข

ความทุกข์มีที่มา ความสุขก็มีที่มาเช่นกัน..

1. ตอนที่อยู่ด้วยกัน ทุกคนต่างก็คิดว่าเวลายังมีอีกยาวนาน
แต่ที่จริงชีวิตคนเราต่างหมดไปพร้อมกับการฉีกปฏิทิน พบกันครั้งหนึ่ง หมดไปครั้งหนึ่ง

2. คนอื่นมองคุณว่ายังไง มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ
คุณใช้ชีวิตอย่างไร มันก็ไม่เกี่ยวกับคนอื่น

3. ศักดิ์ศรีเขาซื้อขายกันราคากิโลละเท่าไหร่?
ทำไมเราต้องใส่ใจว่าคนอื่นเขาจะมองเราเป็นยังไง!

4. สักวันหนึ่งคุณจะเข้าใจว่าการทำความดียากกว่าการทำตัวให้ฉลาด
ความฉลาดเรียนรู้ได้แต่ความดีต้องกล้าตัดสินใจทำ

5. ตอนที่อารมณ์ไม่ดี อย่าใช้คำพูดประหารคนที่รักคุณ

6. หลายครั้งในชีวิต ไม่อาจหวนกลับมาฉายซ้ำเหมือนละครรีรัน
เมื่อพลาดแล้วก็หมดโอกาสไปทั้งชีวิต

7. ยอมรับในสิ่งที่เป็น เย็นได้กับสิ่งที่พบ จบได้กับสิ่งที่พลาด ฉลาดในการใช้ชีวิต

8. ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้น สาเหตุล้วนมาจากตัวเราเองทั้งสิ้น

9. บางครั้ง ทั้งๆที่ให้อภัยคนอื่นไปแล้วแต่ใจก็ยังไม่เป็นสุข
นั่นเป็นเพราะว่าเราลืมให้อภัยตัวเองนั่นเอง

10. คนเรามีเกิดย่อมมีวันตาย ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า แต่อย่าใช้ชีวิตแบบล้างผลาญ
คุณอาจไร้คู่ ไร้ชื่อเสียง แต่อย่าไร้ซึ่งความดี

11. คนเรามักทำอะไรโง่ๆเสมอ
เย็นชาต่อคนที่รักเรา เฝ้าใฝ่หาคนที่เย็นชาต่อเรา สุดท้ายก็ทำเองเจ็บเอง

12. ของที่ไม่อยากได้ ต่อให้มีราคาก็ไม่ต่างอะไรกับขยะ

13. หากคุณไม่ได้ตาบอด ก็อย่าเอาหูมาตัดสินคนอื่น มันไม่ยุติธรรม

14. เจ๋งจริง ไม่ใช่อยู่ที่คุณรู้จักใครมากน้อยเพียงใด?
แต่อยู่ที่ยามคุณตกอับมีใครสักกี่คนที่ยังรู้จักคุณ ?

15. คนที่ไม่ต้องการคำอธิบายจากปากของคุณ พอคุณอ้าปาก คุณก็แพ้แล้ว!

16. มีผู้คนมากมายที่เดินผ่านเข้ามาในชีวิตของคุณ
เขาอาจไม่ได้อยู่กับคุณจนวันสุดท้าย แต่เขามาเพื่อให้บทเรียนกับคุณต่างหาก

17. ห่างกันสักพัก เป็นคำที่อธิบายของความรักที่กำลังจะเหือดหายไป

18. พอเป็นโตผู้ใหญ่ กลับรู้สึกอาลัยหาวัยเด็ก ยิ่งรู้มาก ยิ่งไม่มีความสุข

19. วางไม่ลงก็แบกไว้เสีย ปลงไม่ได้ก็จำไว้เสีย ทิ้งไม่ได้ก็รั้งไว้เสีย
รอให้จนถึงวันหนึ่ง

แบกไม่ไหวก็วางได้เอง จำไม่ได้ก็ปลงได้เอง รั้งไม่อยู่ก็ทิ้งไปเอง...

- นุสนธิ์บุคส์ -

Tuesday, January 24, 2017

แก้ปวดเข่าด้วยมะนาว น้ำมันงา

อาการปวดเข่า จะดีขึ้นถ้าได้รสชาติเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด...จากสูตรมะนาว-น้ำมันงา

คุณผู้อ่านทราบกันหรือไม่ว่า มะนาวก็เป็นยาอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดบริเวณหัวเข่าได้ด้วย
มะนาว เป็นพืชผักสมุนไพรทีมีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าบ้านไหนๆ ก็จะต้องมีมะนาวติดอยู่ในครัวอย่างแน่นอน ด้วยรสชาติที่เปรี้ยวจี๊ดจ๊าด สามารถนำมาปรุงรสหรือเป็นส่วนผสมอย่างหนึ่งในเครื่องดื่มหลากหลายชนิด อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายจากภายในสู่ภายนอก เพราะคุณสามารถนำมารับประทานเพื่อรักษาโรค หรือจะนำไปผสมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ เพื่อใช้ในการดูแล และบำรุงผิวพรรณ

นอกเหนือจากสรรพคุณที่ได้กล่าวอ้างมาข้างต้นแล้ว คุณผู้อ่านทราบกันหรือไม่ว่า มะนาวก็เป็นยาอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดบริเวณหัวเข่าได้ด้วย

อาการปวดเข่า เป็นอาการอีกอย่างหนึ่งที่ไม่มีใครปรารถนาจะเป็น เพราะมันส่งผลต่อความสะดวกสบาย และการเคลื่อนไหวร่างกายให้ติดขัด คุณอาจจะรู้สึกหงุดหงิดจนทำให้กิจกรรมในแต่ละวันเป็นเรื่องน่าเบื่อไปในที่สุด นอกจากนี้ อาการปวดเข่าเป็นอาการที่ใครๆ ก็สามารถเป็นได้หากใช้งานอวัยวะดังกล่าวมากจนเกินไป และจะส่งผลให้ร่างกายของคุณเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น โรคปวดข้อ หรือโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะบริเวณหัวเข่า

หากคุณรู้สึกเจ็บแปลบๆ บริเวณหัวเข่าขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ หรืออาการบอกล่วงหน้า โดยปกติแล้วคุณอาจจะรีบบึ่งไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรค และหาทางรักษาโดยเร็วที่สุด แต่วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีทำยาลดอาการปวดเข่า ด้วยวัตถุดิบที่หาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพงอย่าง มะนาว ซึ่งเป็นพืชที่มีสรรพคุณมากล้น นอกจากนี้คุณยังสามารถวางใจได้อย่างแน่นอนเพราะเป็นวีธีธรรมชาติ ปราศจากสารพิษนั่นเอง

สำหรับยาบรรเทาอาการปวดเข่าจากธรรมชาตินี้มีส่วนผสมเพียง 2 อย่างคือ มะนาว 1-2 ลูก และน้ำมันงา 1 ถ้วยโดยประมาณ

วิธีทำ: หั่นมะนาวออกเป็นชิ้นหนาๆ หลายชิ้น นำมะนาวชิ้นเหล่านี้พันหรือผูกไว้กับผ้าฝ้าย หรือเสื้อผ้าที่คุณไม่ได้ใส่แล้ว จากนั้นจึงนำผ้าที่ห่อมะนาวชิ้นไว้จุ่มลงในน้ำมันงาที่เตรียมไว้ แล้วจึงสามารถนำไปทาหรือถูบริเวณเข่าข้างที่มีอาการปวดได้ เมื่อทาเสร็จแล้ว ทิ้งยาไว้ประมาณ 10 นาทีเพื่อให้ได้มีประสิทธิผลดีสำหรับผู้ที่ประสบปัญหา และใน 1 วัน คุณก็สามารถทำเช่นนี้ได้วันละ 2 ครั้ง

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีเกินคาด คุณสามารถดื่มน้ำอุ่นควบคู่ไปกับการดื่มน้ำมะนาวสดในทุกๆ เช้าก่อนมาไปทำงาน หรือเรียนก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

มะนาว เปรียบเหมือนพืชผักไม้มหัศจรรย์เนื่องจากมีประโยชน์มากมายต่อพวกเราทุกคน ดังนั้นคุณจึงไม่ควรมองข้ามหรือมองแต่เพียงว่ามะนาวมีหน้าที่เพิ่มรสชาติอาหารให้มีรสเปรี้ยว แต่ยังมีสรรพคุณทางยาที่ทำให้คุณหายป่วยได้โดยไม่ต้องไปพบแพทย์ สำหรับคนที่ยังว่างงาน นั่นเอง

ที่มา - http://women.thaiza.com/
Source : www.organichealthuniverse.com
cr.http://www.senesouk.com/2017/01/blog-post_6.html

ถ้าสมมติ ว่าคุณเป็นคนเลี้ยงไก่

มีคนเลี้ยงไก่ 2 คน

คนที่ 1 ทุกเช้าจะเอาตะกร้าเข้าไปในโรงเรือนเลี้ยงไก่
แล้วก็เก็บ "ขี้ไก่" ใส่ตะกร้ากลับบ้าน!! แล้วทิ้งไข่ไก่ให้เน่าไว้ในโรงเรือน

เมื่อเขาเอาขี้ไก่กลับถึงบ้าน ทั้งบ้านก็เหม็นหึ่ง ไปด้วยกลิ่นขึ้ไก่!!
คนทั้งบ้านต้องทนกับกลิ่นเหม็น!!

คนเลี้ยงไก่คนที่ 2 เอาตะกร้าเข้าไปในโรงเรือนเลี้ยงไก่
เก็บไข่ไก่ ใส่ตะกร้าเอากลับบ้าน เขาเอาไข่ไก่ลงเจียว กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบ้าน

คนทั้งบ้านได้กินไข่เจียวแสนอร่อย ไข่ไก่ที่เหลือ เขาก็เอาไปขาย แล้วได้เงินมาใช้จ่ายในบ้าน
ทุกคนในบ้านมีความสุขมาก…

ในชีวิตของพวกเรา เป็นคนเก็บ "ไข่ไก่" หรือ "ขี้ไก่"

เราเป็นคนเก็บ "ขี้ไก่" โดยเฝ้าแต่เก็บเรื่องร้ายๆ แย่ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเราไว้ในหัวของเรา และมีความทุกข์ตลอดเวลา

หรือเราเป็นคนที่เก็บ "ไข่ไก่" จดจำสิ่งที่ดีๆ ที่เกิดในชีวิตของเรา และมีความสุขทุกครั้งที่คิดถึงมัน!!

Cr : Forward LINE

Monday, January 23, 2017

อยู่ที่ใจ

สามีภรรยาอาศัยอยู่บ้านหลังหนึ่ง ทุก ๆ เช้า ภรรยาจะแอบมองดูเพื่อนบ้านจากหน้าต่างชั้นบนบ้าน และวิ่งกลับมารายงานให้สามีฟัง

"เพื่อนบ้านเรานี่ซักผ้าไม่เป็นเลย เสื้อผ้าสกปรกเหลือเกิน ไม่รู้เขาใช้ผงซักฟอกยี่ห้ออะไร หรือใช้วิธีซักอย่างไร"

สามีก็ตอบว่า "อย่าไปสนใจคนอื่นเขาเลย เราซักผ้าของเราให้สะอาดก็แล้วกัน"

แต่ภรรยาก็ยังไปแอบดูเพื่อนบ้านอยู่ทุกเช้า จากหน้าต่างข้างบนบ้าน และวิ่งกลับมารายงานสามีทุกเช้า

"เสื้อผ้าของเขาสกปรกอีกแล้ว"

...แต่แล้ววันหนึ่ง ภรรยาวิ่งลงมารายงานสามีด้วยความแปลกประหลาดใจ

"ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น เสื้อผ้าของเขาขาวสะอาดอยากจะรู้เหลือเกินว่าเขาเปลี่ยนมาใช้ผงซักฟอกยี่ห้ออะไร หรือทำอย่างไร"

สามีหัวเราะและกล่าวว่า

"นี่...ฉันรำคาญเธอเหลือเกิน เมื่อเช้าฉันตื่นแต่เช้ามืด และไปเช็ดกระจกหน้าต่างให้ใสสะอาด ก่อนหน้านี้กระจกมันสกปรก เธอมองออกไปก็เห็นแต่ความสกปรกน่ะซี..."

.............................

มนุษย์เราชอบมองคนอื่นโดยผ่านจิตใจของเราออกไป เมื่อจิตใจของเราสะอาด เราก็จะเห็นแต่ความดีงามรอบๆ ตัว แต่ถ้าจิตใจของเราสกปรก เราก็จะเห็นแต่ความสกปรกรอบตัว...

Cr : Forward LINE

3 สิ่งที่ไม่แน่นอน

สามสิ่ง

• สามสิ่งที่ไม่แน่นอน
คือ ความฝัน ความสำเร็จ และโชคชะตา

• สามสิ่งที่ไม่หวนกลับคืนมา
คือ เวลา คำพูด และโอกาส

• สามสิ่งที่มีคุณค่าต่อชีวิต คือ
ความรัก ความสุข และมิตรภาพ

• สามสิ่งที่นำไปสู่ความเจริญของมนุษย์
คือ ศิลธรรม ความดี และกตัญญู

• สามสิ่งที่ควรกตัญญู
คือ พ่อแม่ ผู้มีพระคุณ และแผ่นดิน

• สามสิ่งที่นำไปสู่ความพินาศของมนุษย์
คือ ความมัวเมา ความเย่อหยิ่ง และความโกรธ

• สามสิ่งที่สงบแท้
คือ ให้ทาน ถือศีล และภาวนา

สามสิ่งที่ชาวพุทธควรยึดมั่น
คือ พุทธรัตน ธัมรัตน สังฆรัตน...

- People Magazine -

5 สมุนไพรลดความดันเลือด

<<< 5 สมุนไพรช่วยลดความดันเลือด >>>

โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่พบผู้ป่วยในประเทศไทยจำนวนไม่น้อยเลยนะคะ สุขภาพดี๊ดีเลยอยากพาคุณไปทำความรู้จักกับ สมุนไพร 5 ชนิด ที่ช่วยลดความดันเลือด ด้วยข้อมูลดีๆจาก หมอชาวบ้าน อีกเช่นเคย มีสมุนไพรอะไรบ้าง ไปดูกันค่ะ ^^

1. มะรุม ใบ ยอดและราก ของมะรุมมีสารที่ออกฤทธิ์ทำให้ความดันเลือดต่ำลงได้ค่ะ เพียงแค่นำยอดของมะรุมมาคั้นให้พอมีน้ำ แล้วนำมาชงดื่มผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อยเป็นประจำ ก็จะช่วยลดความดันเลือดสูงได้

2. บัวบก บัวบกมีคุณสรรพคุณสำคัญ คือ ช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี และยังมีฤทธิ์ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ จึงส่งผลดีต่อผู้ที่เป็นโรคความดันเลือดสูง วันไหนว่างๆก็ลองต้มน้ำใบบัวบกทานดูนะคะ

3. ขึ้นฉ่าย พืชสมุนไพรที่หาทานได้ง่ายตามท้องตลาดชนิดนี้ มีคุณสมบัติที่ช่วยควบคุมความดันเลือดให้เป็นปกติได้ แถมยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย เพียงแค่ทานขึ้นฉ่ายสดๆ วันละ 4 ต้นก็ส่งผลดีต่อสุขภาพแล้วค่ะ

4. กระเจี๊ยบแดง พืชสมุนไพรใกล้ตัวอีกหนึ่งชนิดที่ช่วยลดความดันเลือด นอกจากนี้ยังช่วยขับปัสสาวะ และยูริก วิธีง่ายๆเพียงดื่มชากระเจี๊ยบวันละ2-3 ครั้ง ความดันเลือดตัวล่างก็จะลดลงแล้วล่ะค่ะ

5. พลูคาว หรือที่เรียกกันว่า คาวตอง พืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยามากมาย เพราะสามารถช่วยบรรเทาโรคต่างๆได้ ซึ่งรวมไปถึงโรคความดันเลือดสูงด้วย เพียงแค่นำรากของคาวตองมาตำเป็นน้ำพริกรับประทานเป็นประจำ ก็จะช่วยลดความดันเลือดสูงได้ค่ะ

การดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองเป็นประจำ และการทานพืชผัก ผลไม้ที่ดี ก็เป็นกุญแจสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูงได้นะคะ เพราะฉะนั้นอย่าลืมใส่ใจตัวเองทุกวัน เพื่อสุขภาพดี๊ดีค่ะ ^^"

ขอบคุณที่มา หมอชาวบ้าน

Power of less

:: "The Power of Less" ::

การใช้ชีวิตแบบไม่เร่งรีบ เพื่อชีวิตที่มีสุขนั้น สามารถเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยบันได 9 ขั้น ดังนี้...

บันไดขั้นที่ 1
ต้องรู้จักโฟกัสมากขึ้น และทำอะไรให้น้อยลง แทนที่จะทำหลาย ๆ อย่าง ใน เวลาพร้อม ๆ กัน ให้เลือกทำสิ่งสำคัญที่สุดเพียงอย่างเดียว และเก็บเรื่องอื่นๆ ไว้ก่อน

บันไดขั้นที่ 2
ต้องมีสติอยู่กับปัจจุบัน ทำอะไรให้ช้าลงคงไม่เพียงพอ จะต้องมีสติ ไม่คิดฟุ้งซ่าน

บันไดขั้นที่ 3
ใช้ชีวิตแบบโลว์เทค ปิดมือถือและอุปกรณ์ไฮเทคทุกอย่างในช่วงวันหยุด และโฟกัส กับสิ่งที่อยากทำจริงๆ เป็นการยากที่จะใช้ชีวิตแบบพอเพียง ถ้ายังวุ่นอยู่กับอุปกรณ์ไฮเทค

บันไดขั้นที่ 4
ใส่ใจเพื่อนฝูง ครอบครัว และคนรอบข้างให้มากขึ้น หมั่นแสดงความห่วงใย และเอื้ออาทรต่อกัน ด้วยความจริงใจ

บันไดขั้นที่ 5
หันมาชื่นชมกับความงดงามของธรรมชาติบ้าง ออกมาเดินเล่นในสวน สูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง หรือทำกิจกรรม กลางแจ้งบ้าง เช่น เดินเล่น ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เพื่อให้ ร่างกายได้สัมผัสกับสายลม แสงแดดบ้าง

บันไดขั้นที่ 6
รับประทานอาหารให้ช้าลง โดยค่อยๆ เคี้ยว เพื่อรับรู้ความอร่อยของรสอาหารบ้าง จะสร้างความรื่นรมย์ให้กับชีวิต

บันไดขั้นที่ 7
ขับรถให้ช้าลง นอกจากจะทำให้ความเครียดลดน้อยลง ยังช่วยลดอุบัติเหตุด้วย และเปิดเพลงเบาๆ หรือฟังธรรมเพื่อผ่อนคลายอารมณ์

บันไดขั้นที่ 8
มีความสุขง่ายๆ และรื่นรมย์กับทุกอย่างที่พบเจอ ไม่ว่าจะทำอะไร ขอให้ทำด้วยความสุขและความเต็มใจ แม้แต่ การล้างจาน ก็สามารถหาความรื่นรมย์ได้ เพียงเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ และจงเป็นน้ำครึ่งแก้วเสมอ

บันไดขั้นที่ 9
ขจัดความเครียดด้วยการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมื่อไรที่รู้สึกว่าเร่งรีบและเหนื่อยหอบ ลองสูดลมหายใจลึกๆ ให้ เต็มปอดสัก 2-3 เฮือก รับรองว่า จะผ่อนคลายได้อย่าง เหลือเชื่อ และถ้าจะให้ได้ผลยิ่งขึ้น ควรมีสติกับลมหายใจเข้าออกโดยกำหนดลมหายใจเข้าออกเพื่อให้จิตเป็นสมาธิ...

Love is.
ขอขอบคุณที่มา : Lek Saowaros

คุณประโยชน์ของดอกมะลิที่คุณไม่คาดคิด

สูตรเด็ดโบราณ! แค่ใช้สิ่งนี้...ก็ช่วยลบรอยแผลเป็นต่างๆได้

ดอกมะลิที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะ ดอกมะลิเปรียบเสมือนการเป็นดอกไม้ที่มอบให้แม่ ในวันแม่แห่งชาติกันทุกปี แต่เดี๋ยวก่อนคุณอาจหลงลืมไปว่ามะลินั้นไม่ได้มีแค่ดอก ยังมีใบสีเขียวสดที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้

ในวันนี้เราจึงมานำเสนอบทความดีดีกับใบมะลิช่วยลบรอยแผลเป็น ในสมัยโบราณปู่ย่าตายายได้ใช้ใบมะลิเป็นสมุนไพรในการรักษาแผลต่างๆ

สรรพคุณของใบมะลิ

• ช่วยรักษาแผลพุพอง ฝีดาษ
• ช่วยรักษาแผลเป็นได้อย่างดี
• ช่วยรักษาแผลเป็นจากอีสุกอีใส จากสิว
• ช่วยรักษาแผลเป็นที่เกิดจากรอยขีดข่วน การบาดจากของมีคม แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

ยกตัวอย่างกรณีการรักษารอยแผลเป็นจากใบมะลิ

1. แผลจากรอยขีดข่วน จากการบาดของมีด แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก

• ให้ทำการรักษาแผลก่อน
•เมื่อรักษาจนแผลเริ่มแห้งตกสะเก็ดและสะเก็ดลอกหลุดออกแล้ว ให้คุณเลือกใบมะลิจะเป็นมะลิลาหรือมะลิซ้อนก็ได้
• ให้คุณเลือกจากต้นที่ไม่ได้ฉีดยาฆ่าแมลง หรือใช้สารเคมี เลือกมาสัก 2-3 ใบ
• ทำการล้างใบมะลิให้สะอาด
• จากนั้นนำมาตำหรือบดพอละเอียด คั้นเอาแต่น้ำ
• นำมาทาบริเวณแผลเป็นวันละ 3-4 ครั้ง

2. แผลเป็นเริ่มจาง และไม่มีอาการเจ็บ

• ให้นำใบมะลิมาถูเบาๆ บริเวณรอยแผลเป็นได้โดยตรง
• ให้ถูวันละ 3-4 ครั้ง

3. รอยแผลเป็นจากสิวที่หายช้า

• ให้ทำการผสมน้ำคั้นใบมะลิ น้ำมะนาว และดินสอพองลงเข้าด้วยกัน
• ทาบริเวณรอยแผลเป็น จะมีสรรพคุณช่วยสมานผิวและผลัดเซลล์ผิวให้รอยแผลเป็นจางหายไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ใครที่กำลังประสบกับปัญหารอยแผลเป็นที่ทำให้ความมั่นใจหมดลง ก็ลองนำสมุนไพรไทยอย่างใบมะลิมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะมาช่วยในการลบเลือนรอยแผลเป็นให้หายไปหรือจางลง

ที่มา...http://www.thaijobsgov.com/jobs/77842

ทำอย่างนี้ก่อน แล้วจะรวยแน่ๆ

(rose stalk)โถชีวิต...ไม่มีลาภ ซื้อเลขก็ไม่เคยถูก(3 hearts)

งวดนี้กูรวยแน่มีทางออกมาฝากกัน

สาเหตุที่ไม่มีลาภลอย ซื้อเลขก็ไม่เคยถูกรางวัล เกิดจากเหตุต่อไปนี้
1.ไม่เคยทำบุญเกินจิตที่ตั้งไว้ เวลาบริจาคเกิดความเสียดายทรัพย์ เกิดความลังเล และตระหนี่ทำให้ทานที่ให้นั้นไม่บริสุทธิ์
2.ช่วยเหลือผู้อื่นแบบไม่เต็มใจ หวังผล มีความโลภ อยากได้เงินมากๆโดยมิชอบ

วิธีแก้ไข
1.ตั้งจิตทำบุญ ทำกุศลด้วยความบริสุทธิ์ใจ และตั้งมั่นที่จะช่วยเหลือศาสนาโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
2.หมั่นทำบุญใหญ่ ขอพรด้านลาภลอย
3.ฝังลูกนิมิตรปีละครั้ง และอธิษฐานขอพรจะทำให้สมหวังในจิตที่ขอ

(sparkling eyes)อย่าลืมแชร์นะคะ แชร์แล้วได้บุญค่ะ(kiss me)

มีสาระนะนี่

VICK วิคส์ สรรพคุณที่คุณอาจจะรู้ไม่หมด

วิคส์ วาโปรัป ควรมีติดบ้านนะ เพราะประโยชน์เยอะมากๆ!

“วิคส์ วาโปรัป” (Vicks VapoRub) เป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เมื่อเวลามีอาการเป็นหวัดคัดจมูก หลายคนก็มักจะหยิบนำมาใช้ แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากวิคส์จะมีประโยชน์ตามฉลากที่บอกสรรพคุณไว้แล้ว เรายังสามารถนำวิคส์มาใช้ประโยชน์อื่นๆได้อีกดังนี้

1.แก้คัดจมูก

ใครๆต่างก็ใช้ วิคส์ วาโปรับ เมื่อเกิดอาการ คัดจมูก หายใจไม่ออก เพียงแค่ทาที่บริเวณหน้าอกและลำคอ ก็จะช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก คุณจะรู้สึกได้เลยว่าจมูกโล่ง หายใจได้สะดวกขึ้น

2.เท้าอุ่น ไม่เป็นหวัด

ถ้ามีอาการไอในตอนกลางคืนจนทำให้นอนไม่หลับ ให้ทาวิคส์ที่ฝ่าเท้าทั้งสองข้างให้ทั่ว แล้วสวมถุงเท้านอน  เมื่อคุณตื่นขึ้นมาในตอนเช้า อาการไอจะหายไปอย่างไม่น่าเชื่อ

3.กล้ามเนื้ออักเสบ

อาการกล้ามเนื้ออักเสบ เพราะทำงานหนักเกินไป แค่ทาวิคส์บริเวณที่ปวดจะช่วยระบบการไหลเวียนโลหิตได้ดีขึ้น

4.เชื้อราที่เล็บ

เพียงทาวิคส์ที่เล็บมือเล็บเท้าที่คุณสงสัยว่าจะเป็นเชื้อรา ทาทิ้งไว้เพียงวันเดียว เจ้าเชื้อราก็หายเกลี้ยง!!

5.แมวจอมซน

ทาสแมวทั้งหลายคงปวดหัวกับรอยขีดข่วนที่มีอยู่รอบบ้าน ถ้าอยากหยุดพฤติกรรมแมวจอมซน แค่ทาวิคส์ไว้บางๆ เจ้าเหมียวก็จะไม่มาบริเวณนั้นอีก เพราะมันไม่ชอบกลิ่น ชนิดที่ว่าไม่อยากเข้าใกล้เลยล่ะ แต่ถ้าแมวเหมียวชอบกัดข่วนแขนขาของคุณ ก็เอามาทาป้องกันได้เหมือนกันนะ

6.สัตว์เลี้ยงฉี่ไม่เป็นที่

ถ้าเจ้าหมาแมวฉี่เรี่ยราดเพื่อแสดงอาณาเขต ให้ทาวิคส์บริเวณนั้น กลิ่นจะรบกวนจนหมาแมวไม่กล้าฉี่แถวนั้นเลยล่ะ

7.ปวดหัว

ถ้ามีอาการปวดหัวให้ทาวิคส์ที่บริเวณขมับและหน้าผาก จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ เพราะกลิ่นเมนโทลาทั่มจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด

8.นอนหลับสนิทขึ้น

รู้หรือไม่ว่า วิคส์สามารถใช้กับเครื่องทำความชื้นได้ แต่ต้องมีช่องใส่น้ำมันหอมระเหยด้วยนะ เมื่อใส่วิคส์เข้าไปเครื่องจะช่วยกระจายกลิ่นไปรอบห้องทำให้หายใจคล่องขึ้น นอนหลับสบายทั้งคืน

9.แผลติดเชื้อ

ถ้าถูกบาดเป็นแผลเล็กๆ ให้ทาวิคส์ที่แผลเพียงทาเบาๆ จะช่วยป้องกันการติดเชื้อ และแผลยังหายเร็วขึ้นด้วย

10.แมลงสัตว์กัดต่อย

ถ้าโดนแมลงกัด ให้ทาวิคทันที กลิ่นของวิคจะทำให้สัตว์หนีไปไม่มากัดเราอีก

11.แข่งม้า

นักแข่งม้ามืออาชีพ จะใช้วิคส์ทาใต้จมูกของม้าแข่ง เพื่อให้ม้ามีสมาธิในการแข่งขันมากขึ้น เดี๋ยวได้กลิ่นม้าตัวเมียแล้วจะเสียสมาธินั่นเอง

12.ไล่ยุง

ทาวิคส์ที่ผิวหรือเสื้อผ้าของคุณก็ได้ ยุงจะไม่กล้าเข้าใกล้คุณเลยล่ะ แต่ถ้าโดนยุงกัดไปแล้ว ให้ทาวิคส์บางๆเพื่อบรรเทาอาการคัน

ข้อมูลจาก http://women.mthai.com/beauty/health/203814.htm