มรดกของแม่...
ตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ ในห้องของแม่จะมีโต๊ะอยู่ตัวหนึ่ง ที่ลิ้นชักมักล็อคไว้เสมอ ส่วนกุญแจนั้น แม่เก็บไว้ที่เก๊ะตู้เสื้อผ้าของแม่ ไม่มีลูกคนไหนที่กล้าเปิดลิ้นชัก อันเป็นที่เก็บของมีค่าของแม่แม้แต่คนเดียว!
จนวันที่แม่เสียชีวิต พี่สาวคนรองจึงพาพวกเราไปเปิดลิ้นชักของแม่ พวกเราต่างพากันงง! ในลิ้นชักไม่มีอะไรนอกจากสมุดบันทึกเล็กๆ เล่มหนึ่ง ข้างในสมุดเป็นลายมือของแม่ จดบันทึกวันเดือนปีเกิดของพวกเรา และหลานๆ ทุกคน แม่จดละเอียดแม้แต่เวลาตกฟาก วันสากล วันไทย
นี่หรือคือสมบัติที่แม่รักนักหนา! พูดไปผมก็อยากจะร้องไห้ แม่บอกพวกผมเสมอว่า ทรัพย์สมบัติทั้งชีวิตของแม่ก็คือลูกของแม่ แม่ทุ่มเทใช้ทั้งชีวิตสั่งสอนกล่อมเกลาพวกเรา ลูกของแม่ทุกคน ไม่มีใครเป็นคนเห็นแก่ตัว ทุกคนต่างถ้อยทีถ้อยอาศัย เราทุกคนต่างรู้จักแบ่งปัน
ผมเป็นลูกคนที่ 5 ในจำนวนพี่น้อง 6 คน ผมยังจำได้เสมอ สมัยเด็กๆ เวลาแม่พาพวกเราไปเที่ยว แม่มักจะซื้อไอติมแจกพวกเรา แต่แม่จะซื้อแค่ 6 ไม้เท่านั้น แม่ไม่เคยซื้อให้ตัวเองเลย แม่บอกกับพวกเราว่า "ให้แม่กัดคนละคำนะ"
ผมเป็นน้องคนเล็ก พอมาถึงตาผม ผมเฝ้าอธิษฐานในใจ "ขอให้แม่กัดไอติมของผมคำเล็กๆ ก็พอ หรือไม่ต้องกัดเลยจะดีกว่า!"
แต่พอมาถึงผม แม่มักจะกัดคำใหญ่จนผมหน้าบึ้ง "โธ่! ก็ทำไมแม่ต้องมากัดของผมซะคำใหญ่"
แต่มันกลายมาเป็นความเคยชิน เวลาพวกเรามีอะไรอร่อยๆ เรา มักจะให้แม่กินก่อนเสมอ ถ้าวันไหนไม่เห็นแม่อยู่บ้าน พวกเรามักจะถามคำถามที่เหมือนๆ กันก็คือ
"แม่ล่ะ? แม่ไม่อยู่เหรอ?" มันรู้สึกเหมือนว่าถ้าไม่ได้ให้แม่กินก่อน ของกินที่แสนจะอร่อยนั้น มันจะไม่อร่อยไปในทันทีเลย
ก่อนที่แม่จะสิ้นใจ แม่อยากกินอาหารอยู่ 2 อย่าง อย่างที่หนึ่งก็คือน้ำเต้าหู้เจ้าเก่าที่แม่ชอบกิน และก็ลูกพลับ ผมรีบบึ่งรถไปซื้อน้ำเต้าหู้เจ้าประจำที่หน้าวัดมาให้แม่ที่โรงพยาบาล แม่รู้สึกดีใจมาก
"อร่อยไม่เปลี่ยนเลยลูกเอ้ย!" แค่ได้ฟังแม่พูดอย่างนี้ ผมก็รู้สึกภูมิใจเหลือเกินแล้ว
ส่วนลูกพลับนั้น พี่สาวไม่รู้จะไปหามาจากไหน เพราะตลาดใกล้บ้านไม่มีขาย พี่ก็เลยซื้อส้มโอเชี่ยนมาให้แม่แทน แม่ได้แต่บอกว่า "ช่วงหลังมานี้ ลูกพลับไม่ค่อยอร่อยเหมือนเดิมนะ ลูกว่าไหม?"
บ่ายนั้น ผมไปประชุมบริษัทแทนเจ้านาย ที่งานประชุมนั้น เจ้าภาพเขาเอาลูกพลับมาเลี้ยงทุกคน ผมก็เลยขอลูกพลับกลับบ้าน 6 ลูก จากนั้นก็บึ่งรถไปโรพยาบาล ผมเดินไปกอดแม่ที่เตียง
"แม่ครับ หนูได้ลูกพลับมา 6 ลูก แม่กินลูกพลับนะครับ" จากนั้นผมก็ปอกลูกพลับให้แม่กิน 2 ลูก แม่ได้แต่ยิ้มดีใจ
"อื่ม อร่อยจริงๆ ลูกพลับลูกนี้รสชาติดีจริงๆ" ผมมองแม่กินอย่างมีความสุข ก็ได้แต่แอบปาดน้ำตา
จากนั้น 3 วัน แม่ก็เสียชีวิต ผมไม่รู้สึกเสียใจ เพราะแม่ได้กินสิ่งที่แม่ชอบกินตั้งแต่สมัยเด็กๆ ทั้ง 2 อย่าง
แม่จากพวกเราไปด้วยรอยยิ้ม แม้แม่จะไม่มีมรดกซึ่งเป็นทรัพย์สินเงินทองให้ลูกหลานเลย แต่แม่ได้ให้สมบัติอันล้ำค่าให้แก่พวกเรา แม่สอนให้เราเป็นคน เป็นคนที่รู้จักแบ่งปัน ทำให้ลูกๆ และหลานๆของแม่รู้ว่า..."การแบ่งปันคือความสุข"
Cr : นุสนธิ์บุคส์
No comments:
Post a Comment